เริ่มระบบอนุมัติเอกสารออนไลน์ จากแบบฟอร์มที่ทีมใช้จริง
เริ่มจากเอกสารหนึ่งประเภทที่ทีมต้องส่งต่อกันบ่อย เช่น ใบขอซื้อหรือใบเบิกค่าใช้จ่าย ก่อนย้ายทุกแบบฟอร์มเข้าระบบ กำหนดให้ชัดว่าต้องกรอกอะไร ใครตรวจ และขั้นตอนใดถือว่าเอกสารผ่านแล้ว
เตรียมแบบฟอร์มและสิทธิ์ก่อนเริ่ม
- เลือกต้นแบบที่ทีมใช้อยู่ และตรวจว่าข้อความหรือรายการใดต้องให้ผู้ใช้กรอก
- ระบุผู้กรอก แผนก และผู้มีสิทธิ์พิจารณาตามกระบวนการบริษัท
- กำหนดข้อมูลจำเป็น เช่น รายการ จำนวน เหตุผล และเอกสารประกอบ
- ถ้านำเข้าจาก Word, PDF หรือภาพสแกน ให้ตรวจข้อความ ตาราง และช่องกรอกกับต้นฉบับก่อนใช้จริง
ตัวอย่าง: ส่งใบขอซื้อแล้วพบข้อมูลไม่ครบ
ผู้กรอกบันทึกร่างและตรวจรายการก่อนส่ง ผู้พิจารณาที่พบว่ารายละเอียดยังไม่ครบส่งกลับพร้อมความคิดเห็น ผู้กรอกแก้ไขในฉบับที่ระบบเปิดให้แก้ แล้วส่งพิจารณาอีกครั้ง การบันทึกเหตุผลช่วยให้ทีมรู้ว่าต้องแก้อะไร ไม่ใช่เพียงรู้ว่าเอกสารถูกส่งกลับ
ติดตามเอกสารใน a8 ทีละขั้น
- เลือกแบบฟอร์มกลางของบริษัท หรือสร้างเอกสารตามสิทธิ์ที่ได้รับ
- กรอกข้อมูลและบันทึกฉบับร่าง ตรวจรายละเอียดและไฟล์แนบก่อนส่ง
- ส่งให้ผู้มีสิทธิ์พิจารณา ซึ่งสามารถอนุมัติ ส่งกลับ หรือปฏิเสธตามขั้นตอน
- เมื่ออนุมัติและลงลายเซ็นแล้ว ย้อนดูประวัติและหลักฐานของเอกสารได้ตามสิทธิ์
- หากต้องแก้ไขหลังอนุมัติ ให้เปิดฉบับแก้ไขตามสิทธิ์ แทนการเปลี่ยนหลักฐานฉบับที่ลงนามแล้ว
สิ่งที่ควรลองก่อนเริ่มใช้ทั้งบริษัท
ทดลองทั้งกรณีข้อมูลครบและข้อมูลที่ต้องส่งกลับ ตรวจว่าผู้ใช้แต่ละบทบาทเห็นเฉพาะงานตามสิทธิ์ และเปิดประวัติฉบับเดิมได้เมื่อมีการแก้ไข
- ทดสอบชื่อหรือข้อความยาว รวมถึงตารางที่ใช้จริง
- ตรวจตัวอย่างก่อนพิมพ์หรือดาวน์โหลด โดยเฉพาะเอกสารที่นำเข้า
- เอกสารอนุมัติแล้วไม่ได้หมายความว่าจ่ายเงินจริงแล้ว การบันทึกจ่ายเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง
- ระบบช่วยจัดขั้นตอนและเก็บประวัติ ผู้รับผิดชอบยังต้องตรวจความถูกต้องของเนื้อหา
เริ่มจากงานหนึ่งเรื่อง แล้วค่อยขยายให้ทั้งทีม
สร้างบัญชีบริษัทและเตรียมสมาชิกตามบทบาท หรือเปิดหน้าเข้าสู่ระบบเพื่อเข้าใช้งาน หากมีปุ่ม Demo คุณสามารถลองด้วยข้อมูลตัวอย่างก่อนเริ่มใช้จริง